วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไฮ้.... เจแปน (โอซาก้า-คันไซ) 29 กค58 - 2 สค 58

ภาพจาก http://travel.kapook.com/view76967.html

ภาพจากhttp://travel.kapook.com/view76967.html

แบกเป้ตามใจฉัน สไตล์ดอกไม้ทะเลทราย

ไฮ้........ เจแปน  กับโปรข้ามปีแอร์เอเชีย
อยากเที่ยวแต่วันลาพักผ่อนหมดแล้ว ถ้ายังรั้น คงได้โดนไล่ออกแน่ อิอิอิ ได้คิวญี่ปุ่น สำหรับวันหยุดยาว 30 กค 58 - 2 สค 58 ป่วยเพิ่มก่อนบินวันที่ 29 กค 58 บินลงโอซาก้า-คันไซ นอนสนามบิน 1 คืน ก่อนจะเริ่มโปรแกรมเที่ยวในวันที่ 30 กค 58 ส่วนขากลับไว้จองทีหลังเพราะอยากควบโตเกียว ขอทำแผนทีหลัง ว่าจะกลับจากเมืองอะไร จัดไปกับโปรแอร์เอเชีย 4990 บาท เราถือว่าราคานี้โอเคนะ เพราะในช่วงหยุดยาวของไทยแบบนี้ ราคานี้แจ่มแระ .......อิอิอิอิ

ตั๋วขาไปลงที่โอซาก้า

ปล  ภาพเป็นตั๋วขาไปเลือกไปลง โอซาก้า  ส่วนขากลับรอจองรอบสองค่ะ  ขอทำแผนก่อนนะ ว่าจะกลับจากเมืองโตเกียว หรือ โอซาก้า ดี

ตั้งค่าทริปไม่รวมตั๋วประมาณ 15000  บาท ค่ะ   
แผนคร่าวๆ  คือ โอซาก้า เกียวโต  โกเบ
เริ่มวันที่
29 กค 58     บินไปลง โอซาก้า คันไซ  นอนสนามบิน
30 กค 58     เช้า ต่อไป เกียวโต นอนเกียวโต
31 กค 58    เที่ยวเกียวโต กลับมานอนโอซาก้า
1  สค 58     เที่ยวโอซาก้า  นอนโอซาก้า
2  สค 58     เที่ยวโอซาก้า   ค่ำบินกลับไทย

เป็นแผนโดยประมาณค่ะ  แต่ขอทำรายละเอียดอีกทีว่าจะไปไหนมาไหน ยังไง เพราะทริปนี้กวางไม่ซีเรียสว่าต้องเก็บครบหรือไม่  เห็นหรือจะไม่เห็นอะไร  เพราะเรื่องเวลากะบงบประมาณที่ยังจำกัด  ไปได้เท่าที่ไป   อากาศฃ่วง กค  สค  จะเป็นหน้าร้อนของที่โน่น  แต่อาศัยว่าเราได้หยุดยาว 4-5 วัน   ไม่ต้องลางานก็โอนะ  อิอิอิ

ลงชื่อและตีตั๋วขาไปมาแล้ว 
1  ดอกไม้ทะเลทราย           2  พี่ต่าย Tai Tai             3  พี่นิก                            4  พี่หง่าว 2                     
5  ฟาตียะห์ 1                       6  ฟาติยะห์ 2                 7  คุณ Little Ja                 8  อาป่อง                        
9  พี่สุ                                  10 น้องมด 1                   11 น้องมด 2                     12  น้องมด 3                 
13  คุณสุทัศน์ 1                  14  คุณสุทัศน์ 2              15  พี่หง่าว                       16  น้องปัท 1                 
17  น้องปัท 2                      18   พี่ตุ๋ย                        19 น้องหญิง                     20 น้องหญิง
21 พี่หน่อย                          22 จัสมิน                      


วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อียิปต์ดินแดนไอยคุปต์ ตอน คำสาปฟาโรห์


ณ หุบผากษัตริย์   เมืองลักซอร์
"มรณะจักโบยบินมาสู่เจ้า  ผู้บังอาจรังควานสันติสุขแห่งองค์ฟาโรห์"


บัลลังค์ทองคำ




สฟิงซ์แห่งเมืองกิซ่า  


มหาปิระมิดแห่งเมืองกิซ่า


พีระมิดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้แก่ พีระมิดเห่งเมืองกีซ่า (เมืองกีเซห์) ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมศพของกษัตริย์คีออปส์(CHEOPS) หรือ คูฟู ซึ่งพระองค์เป็นผู้สร้างขึ้นเองเมื่อก่อนคริสตกาลประมาณ 25,800 ปี นับอายุจนถึงปัจจุบันก็กว่า 4,500 ปี ถือเป็นพีระมิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่กลางทะเลทราย

แบกเป้ไปเบาๆ ลองทำแผนแล้วค่ะ สำหรับ 5 วันที่อียิปต์คาดว่าน่าจะใช้เงินประมาณ 15000+ ไม่รวมตั๋วเครื่องบินที่คาดว่าจองล่วงหน้าน่าจะอยู่ที่ 22000-25000+



แผนคร่าวๆ  ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนหลังจากที่วางงบเสร็จแล้ว ว่างบที่ตั้งไว้จะไปไหนได้บ้างค่ะ  

วันที่ 1      เวลา 5 ทุ่ม ออกจากไทย -กรุงไคโร
วันที่ 2     กรุงไคโร -กิซ่า เย็นต่อรถไฟไปเมืองลักซอร์ 
วันที่ 3     เที่ยวเมืองลักซอร์ เย็นต่อรถไปอัสวาน นอนอัสวาน
วันที่ 4     จากอัสวานต่อไป อาบูซิมเบล เย็นกลับมานอนอัสวาน
วันที่ 5     เที่ยวอัสวาน เย็นต่อรถไฟกลับไคไร
วันที่ 6     ถึงไคโรเช้า มีเวลาเก็บตกในตัวเมืองไคโร ก่อนจะไปสนามบินแล้วบินกลับไทย
วันที่ 7     เช้าถึงไทยแยกย้ายตัวใครตัวมัน

ปล. นี่เป็นแผนคร่าวๆ ไม่ตายตัวทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ข้างหน้าและตามงบประมาณ






วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ดินแดนแห่งขุุนเขาที่ถิ่นเหนือ ซาปา เวียดนาม

ซาปา

นอดีตเมืองซาปาเคยถูกให้สร้างขึ้นเป็นเมืองตากอากาศของชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองใน
สมัยยุคอาณานิคม ในปี พ.ศ. 2465 และได้มีการสร้างสถานีภูเขาขึ้น เพราะเมืองซาปา
โอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี และมีธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะแก่การมาพักผ่อนชาวเวียตนามและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฮานอย ก็จะหาเวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุดมาที่นี่ 


เครดิตภาพ จากเวปไซต์

เราเปิดทริปนี้สำหรับปลายปีเพื่อเป็นการเดินทางไปหาความสงบ ไปหาธรรมชาติกัน
ในช่วงวันหยุดยาวที่มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น  ช่วง  31 ธค 57 -  4  มค 58  
เป็นวันหยุดยาว  5 วัน  เราเลยเลือกเมืองที่ไม่ใกล้นักจากประเทศไทย ราคาไม่สูงมาก
 โดยคำนวณวันกันคร่าวๆ แล้ว จะมี ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 6500+  บาท
 และตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-ฮานอยที่เช็คราคา ณ วันที่  9 กค 57  
ราคาไปกลับ  31ธค57 -4 มค 58 นั้นจะอยู่ที่ 6770  
 โดยอาจจะเซตไว้ไม่เกิน 15000  บาทต่อคน 
 ถือว่าเป็นราคาที่โอเคอยู่ค่ะ เพราะยังมีเวลาเก็บเงินกันอยู่
แผนประมาณนี้ค่ะ 
31 ธค 57  บินไปลงฮานอยกัน  เที่ยวเมืองฮานอยในช่วงบ่าย แล้วเย็นต่อรถไฟไปลาวไกรอบค่ำ 
1 มค   58  ถึงลาวไกในตอนเช้า  ต่อรถไปซาปา  เที่ยวแล้วนอนซาปา 1 คืน 
2 มค 58    เที่ยวซาปาทั้งวันแล้วไปลาวไปเพื่อต่อรถไฟกลับฮานอย 
3 มค   58   ถึงฮานอยตอนเช้า    ไปเดย์ทริปที่ฮาลองเบย์หรือเลือกเที่ยวแบบเดย์ทริปไปยังสถานที่ต่างๆ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 1000-1500  บาท หรือจะเลือกเดินเที่ยวในตัวเมืองเองโดยไม่มี คชจ ก็ได้    วันนี้นอนฮานอย 1 คืน   แต่แผนอาจมีการปรับเปลี่ยนเพราะไม่อยากให้่สมาชิกต้องเสียเงินเพิ่มจึงอาจต้องตัดบางสถานที่ออกไปเช่นเดินป่า  เพื่อที่จะให้จัดรายการฮาลองเบย์เข้าไปแทน โดยที่อาจจะเสียเงินเพิ่มกันอีกไม่กี่ร้อยบาท      หลังจากเดย์ทริป นอนที่ฮานอย 1 คืน
4 มค   58   บินกลับไทย 

จองของกาต้าร์    ซึ่งราคาจะแตกต่างกันตามวันเวลาที่จอง  สมาชิกสามารถจองได้ตามวันเวลานี้ค่ะ
ขาไป 31 ธค 57 Bangkok 12:50- Hanoi 14:45
ขากลับ 4 มค 58 Hanoi 16.50 - Bangkok 18.50 





                 

ยกมือฉายไฟกันมาแล้ว
1 ดอกไม้ทะเลทราย      
2 บังรอน 1                     
3 บังรอน 2                   
4 อาป่อง                        
5 คุณจุลีโกะ 1                
6  พี่โจว                         
7 คุณอ้อย               
8 พี่เล็ก                         
9 พี่ต่าย                        
10  พี่ต่าย ชุมพร            
11 คุณจุลีโกะ 2            
12  คุณทิพย์               
13  คุณโอ๋ 1  (ทิพย์)   
14  คุณโอ๋  2               
15  Ning Ju                  
16  พี่เป็ด    
17  แมลงกับดอกไม้ 1
18  แมลงกับดอกไม้ 2                

Halong Bay  Viernam

              

ใครสนใจลงชื่อแล้วโอนมัดจำได้เลยค่ะ ท่านละ 1500  
โอนได้ที่    ธนาคารกรุงไทย   นางสาวศกุนตลา พลโยธา  601-074-9484
โอนมัดจำแล้วแจ้งมาได้ทางหน้าเพจดอกไม้ทะเลทราย ถ่ายสลิป หรือหลักฐานการโอน

 https://www.facebook.com/DxkmiThaleThrayDesertFlower

หรือโทร  089-4504973     082-1756247
  


วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทริปนิวยอร์ค ตลุยเมกา ซ่าส์สุดขั้ว 2-11 สค 57

                 ทริปนิวยอร์ค  ตลุยเมกา ซ่าส์สุดขั้ว  2-11  สค 57



เป็นทริปที่ไม่ได้ตั้งใจเลยค่ะ  เพราะไปทำวีซ่าเมกา มา  นึกว่าจะได้ 10 ปี
แต่กลายเป็นเป็นว่าได้แค่ 3 เดือน  แล้วจะหมดอายุในวันที่  11  สค 57 ด้วย
ทำไงได้อ่ะเนอะ  ....... เพื่อรักษาสิทธิ์และประวัติการทำวีซ่า ก็จำต้องไปค่ะ 

แต่ทริปนี้ไม่โดดเดี่ยวเพราะพี่ล้านแฟนคลับเจ้าประจำของเรา ไม่ลังเลใจ
ที่จะขอติดตามไปด้วยเลย  แต่เนื่องจากเวละกระชั้นชิด เราเลยต้องจองตั๋ว
โดยเลือกเอาเวลาที่ดีที่สุด ได้ราคามา 45800  บาท ของเอทิฮัด  
ถือว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ก็โอเคสำหรับการบินไปนิวยอร์ค เพราะบางคน
เจอราคากัน  5 หมื่น อัพค่ะ   ได้ราคานี้กับเวลาบินนี้ก็ถือว่าสวยอยู่

ความใฝ่ฝันที่จะได้ไปเยือนอเมริกา คงหนีไม่พ้นการไปชมเทพีสันติภาพ
สัญลักษณ์ตลอดกาลของอเมริกา และน้ำตกไนแองการ่า ที่สามารถดูกัน
ได้จากฝั่งอเมริกา  เสียดายที่ได้วีซ่ามาเป็น Single entry  คือการเข้าออกครั้งดียว
แทนที่เราจะขอเป็น Multiple visa   เพื่อการเข้าออกสองครั้ง จะได้ไปแคนาดาด้วย
แต่อ่ะนะ  ถ้ายังคงเป็นภาค 2  ที่เราจะพ่วงแคนาดาเข้าไป แต่ก็นั่นหมายถึงว่า
ต้องเก็บอีกนานเลยค่ะ อิอิอิอิอิ



เริ่มแรกเราไปทำวีซ่าเล่นๆ  แต่ดันผ่านจริง   จ่ายค่าวีซ่าไป 4960 หรือประมาณ 160 US 
ไปทำที่เชียงใหม่  ปรากฎว่าเขาให้  แต่ให้มา 3 เดือน  ฮึ่ม แอบเซ็งนิดๆ  
แต่ก็ดีใจนะ เพราะไม่เคยคาดหวังว่าจะผ่าน เพราะสเตทเม้นไม่มีเงินเลย
เกิดเขาเรียกดูขึ้นมา ตายแน่  แต่ดีที่เจ้าหน้าที่กงศุลไม่เรียกอะไรเลยสักอย่าง
แล้วก็ได้มา 3 เดือน ซึ่งจะหมด ในวันที่   11  สค  57  จึงเป็นที่มา
ของทริปตลุยเมกา แบบประหยัด  

ก่อนอื่นเราก็ต้องไปค้นหาข้อมูลจากเวปไซต์ดูก่อน ว่าเราจะเที่ยวยังไง  
จะพักที่ไหน จะทำอะไร จะไปไหนได้บ้าง   เพราะยังไงอเมริกาก็คง
แพงกันน่าดู   เราค้นข้อมูล แล้วคำนวณงบประมาณให้ตัวเองแล้ว
ว่าอยากไปหลายๆ ที่ ในงบที่ไม่สูงนัก  จึงจำเป็นต้องพึ่งบริการ
ทัวร์ท้องถิ่น หรือเราจะเรียกว่า ทัวร์จีน    โดยทัวร์จะจัดเป็นแพคเกจไว้ให้
เราเลือกว่าเราจะไปทริปแบบไหน ไปกี่วัน  โดยมีราคาทริป
ที่ไม่รวมอาหาร  เครื่องดื่ม ทิปไกด์และคนขับ และค่าเข้าชม
ที่ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเข้าหรือไม่เข้าก็ได้  ตามใจ  โดยเราเลือกทริปแบบ 5 วัน 4 คืน
ไปวอชิงตัน บอสตัน ฟิลาเดเฟีย  บัฟฟาโล  และน้่ำตกไนแองการา 
 โดยที่ตัวทัวร์จะบริการรถรับส่ง และห้องพักให้   เรามองดูแล้ว คำนวณแล้ว
 ถ้าอยากไปทั้งหมดนี่เราจะต้องจ่ายเองอีกเป็นเงินมากโขอยู่  
แต่ถ้าเลือกใช้บริการของทัวร์จีน นอกจากประหยัด
แล้วเรายังทำเวลาได้ดี ในการเดินทางท่องเที่ยวไปหลายๆ รัฐๆ  
โดยทริปทัวร์จีนของเราจะเริ่มวันที่ 3 -7 สค  57  แต่เราไปถึงวันที่ 2 สค
และ 8-11 สค อันนี้จะเป็นวันสบายๆ ของเราแบบเที่ยวชิวๆ ในบริเวณใกล้เคียง
เช่น  นิวเจอร์ซีย์  และย่านๆ ต่างๆ ในนิวยอร์คตามแต่เวลาและงบประมาณ
จะอำนวยให้เรา  โชคดีมีเพื่อนที่อยู่นิวเจอร์ซีย์อาสาพาเราเที่ยวต่อหลัง
จากที่เราจบทริป 5 วัน 4 คืน ของเรา  เราก็จะเที่ยวต่อกันเองโดยมีเพื่อน
มาดูแลช่วยเหลือ หาที่พัก ขึ้นรถ ต่อรถ ไปเที่ยวที่ต่างๆ  

โดยที่คืนแรกที่เราไปถึง เราก็ต้องหาที่พักในนิวยอร์ค ที่ใกล้จุดขึ้นลงทัวร์
มากที่สุด  เพื่อความสะดวกในการเริ่มทริป  

ได้ที่พักในย่านควีนส์สำหรับคืนแรกในนิวส์ยอร์ค ราคา 160 US 
ก่อนจะเริ่มทริป นิวยอร์ก น้ำตกไนแองการ่า กรุงวอชิงตัน ดีซี บอสตัน 10 วันในอเมริกาแบบประหยัด ลองดูว่าทริปนี้เราจะทำราคากันได้ที่เท่าไรค่ะ 

The Comfort Inn, a Flushing, NY hotel near Citi Field

Stay in the heart of Flushing Chinatown at the Comfort Inn® hotel, located off Interstate 678 and minutes from Queens and Manhattan one mile from Citi Field and near attractions that include:

Flushing Meadows Corona Park

Yankee Stadium

LaGuardia Airport

The Queens Zoo
Queens Botanical Garden
Walk to an abundance of nearby restaurants, and enjoy close proximity to entertainment venues and shops.
Comfort Inn
133-43 37th Avenue , Flushing, NY, US, 11354
Phone: (718) 939-5000Fax: (718) 939-4000

http://www.comfortinn.com/hotel-flushing-new_york-NY239



เป็นห้องพักแบบ 2 เตียง มีอาหารเช้าให้ด้วย ราคาแพงเว่อร์ แต่หารกะแฟนคลับ
แล้วก็ยังโอเค  คือคืนแรกยอมจ่ายแพงหน่อยเพื่อตั้งหลักก่อนออกทริป
หลังจากนั้นก็คงต้องรัดเข็มขัดกันไปตลอดทริปเลยค่ะ  555555

ค่าทริปโดยประมาณ
  1   ค่าทริปคนละ  450 US หรือประมาณ 14400  บาท สำหรับทริป 5 วัน 4 คืน โดยที่ถ้าไปกันเป็นกลุ่มหลายคน ราคาก็จะถูกลงมาอีกค่ะ สำหรับค่าทริป
  2   ค่าห้องพักคืนแรกหารกัน 3 คน ตกคนละ  1700  บาท  
  3   อาหารกลางวันแบบประหยัดระหว่างทริปวันละ 300-500 บาท  5 วัน 1500  บาท
(โดยที่มื้อเย็นเราคงต้องเอาอาหารอื่นมาเสริม เช่น มาม่า แต่อเมริกาจำกัดการนำอาหารเข้า
สหราชอาณาจักร เช่นของที่ทำจากหมู ไก่ เนื้อ  ใครจะพกอะไรไปกินต้องทำความเข้าใจกันให้ดี ไม่งั้นโดนปรับเละแน่ ถ้าเขาค้นเจอ)
 4   ค่ารถไฟค่ารถต่างๆ ประมาณ 1000 -2000  บาท
 5   ค่าอาหารสำหรับ 8-11 สค  เพราะที่พักอาศัยพักห้องเพื่อนในบางคืน  และอาหารฟรีในบางมื้อ  
6    ค่าเข้าชมที่ต่างๆ ตามชอบในทริปเช่นเรือ Maid of the Mist  นั้น 25 US หรือประมาณ 800  บาท 
     ขึ้นตึกเอมไพร์ สเตท Empire  state building   อีกประมาณ 29  US   ประมาณ   928  บาท

ทริปนี้เราประมาณไว้ที่ 25000  บาทต่อคน ไม่รวมตั๋ว  สำหรับ 10 วัน แบบประหยัด   สู้ๆ ค่ะ 




วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เยือนถิ่นเมียวดี ผจญภัยลำน้ำเข็ก 23-24 สค 57 ภาคที่ 3

แบกเป้ตามใจฉัน สไตล์ดอกไม้ทะเลทราย
ผจญภัยลำน้ำเข็ก ภาคที่  3



23-24 สค 57 ทริป เมียววดี- ล่องแก่งลำน้ำเข็ก 
 ผจญภัยลำน้ำเข็กสุดมันส์นะคะ ระยะทาง 8 กม กับเกาะแก่ง ตั้งแต ระดับ 1 ถึงระดับ 5 
แบกเป้ตามใจฉัน สไตล์ดอกไม้ทะเลทราย เปิดโอกาสให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
มาร่วมสนุกและผจญภัยกันค่ะ ทริปนี้เอาฮา ไปกันแบบเพื่อนฝูงนะคะ

ทริป เมียวดี-ลำน้ำเข็ก 23-24 สค เที่ยวพม่าในวันเดียว แบบขำขำ แบบไปเช้าเย็นกลับ 
กับ ทริป ชมวัด และตลาดบุเรงนองที่เมืองเมียวดี กลับมา ล่องแก่งที่ลำน้ำเข็ก สุดชีวิต
ท่านละ 1590 ไม่รวมค่าอาหาร เริ่มต้นที่พิษณุโลก

ศุกร์ เที่ยงคืนเป็นต้นไปไม่เกินตี 5 พบกันที่ บขส พิดโลก
 พร้อมแล้วออกเดินทางไป -กลับ จ ตาก อ แม่สอด ด้วยรถตู้วีไอพี

เช้าเสาร์ ด่านแม่สอด หลังจากทำใบผ่านแดน โดยใช้เพียงบัตรประชาชน
 ต่อรถตู้ข้ามไปเมียวดี ประเทศพม่า เที่ยว 3-5 วัด + ตลาดบุเรงนอง
 และแวะชมเลือกซื้อสินค้าตลาดริมเมย ที่ อ แม่สอด บริเวณ สะพานมิตรภาพไทย-พม่า 
แวะนมัสการศาลเจ้าพ่อพะวอ และชมสินค้าตลาดดอยมูเซอ จ.ตาก เย็นกลับ 
นอนพิษณุโลก 1 คืน (ห้องพักรวมในราคาทริปแล้ว)
ปล.วัดเจ้าโหล่งจี (วัดก้อนหินใหญ่) วัดมิเจากง (วัดจระเข้) วัดส่วยมินวุ่น (วัดเจดีย์ทอง) 
และที่อื่นๆ ตามแต่เวลาจะอำนวย
ช่วงเย็นในพิดโลก เดินเล่นถนนคนเดิน หาอะไรอร่อยๆ ทานกัน

เช้าอาทิตย์ เช็คเอ้าท์จากโรงแรม ไปล่องแก่งลำน้ำเข็ก
 ใช้เวลาประมาณ 2 ชม 
บ่าย แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา

อัตราราคาท่านละ 1590 รวม

ห้องพักที่พิษณุโลก 1 คืน
รถตู้นำเที่ยวเมียววดี + ใบผ่านแดน (ใช้บัตรประชาชนตัวจริง)
เรือยางล่องแก่ง+ประกันชีวิต
รถรับ-ส่ง พิษณุโลก แม่สอด และรถรับ-ส่ง ระหว่างล่องแก่งและตัวเมืองพิษณุโลก

ไม่รวมอาหาร น้ำดื่ม ราคานี้เริ่มต้นที่ บขส .พิษณุโลกค่ะ
พร้อมแล้วยกมือฉายไฟ โอนมัดจำท่านละ 590 ค่ะ

 มัดจำไม่คืนนะคะนอกจากจะมีคนมาแทน


โอนได้ที่ ธนาคารกรุงไทย

นางสาวศกุนตลา พลโยธา 601-074-9484




รายชื่อคันที่ 1 

อัพเดตรายชื่อผู้ร่วมทริปนะคะ 10 ที่นั่ง ปิดรับจ้าาา

1 ดอกไม้ทะเลทราย (กวาง)       2 คุณน้อง 

3 น้องบู                                   4 น้องนุ่ม

5 น้องพรรณ                             6 พี่ตุ้ก

7 พี่ล้าน                                   8 นำ้มิ้ม

9 พี่เจน  2                               10  พี่เจน 2





รายชื่อคันที่  2 
1 น้องไบค์                            2 พี่เติ้ล

3 น้องแบน                           4 น้องเจียว    

5  กุ้ง                                   6 น้องทราย 1                      
7น้องทราย 2  



เสาร์ที่  23  สค 57   ตี 5
หลังจากที่สมาชิกต่างทยอยเดินทางกันมายังจัดนักพบที่ บขสใหม่ จังหวัดพิษณุโลก สี่แยกอินโดจีน
รถก็มารับสมาชิกเพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปยัง จังหวัดตาก  ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดพิษณุโลก  135  กิโลเมตร
โดยใช้ระยะเวลาโดยรถตู้ ประมาณ 2 ชม    เราไปถึงกันแต่เช้า  พาสมาชิกแวะจุดแรกคือ  

ศาลสมเด็จพระเจ้าตาก ตั้งอยู่ที่ถนนจรดวิถีถ่อง แต่เดิมศาลนี้ตั้งอยู่ที่วัดดอยเขาแก้วฝั่งตรงข้ามกับตัวเมืองตาก   ปัจจุบันศาลถูกบูรณะปรับปรุงให้ใหญ่โตสวยงามขึ้นมากกว่าแต่ก่อน   โดยในศาลจะมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดใหญ่กว่าองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา  ดูน่าเกรงขามและน่าเคารพมากค่ะ 






สมาชิกต่างบูชาดอกไม้ธูปเทียนสักการะปู่ตากเพื่อความเป็นศิริมงคล


ขอพรกันตามอัธยาศัย


บางคนดูตั้งใจมากๆ  อิอิอิอิ








จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สอดกันเลยค่ะ  

 แม่สอด เป็นอำเภอหนึ่งทางตอนกลางของจังหวัดตาก อยู่ห่างจากอำเภอเมืองตาก 86 กิโลเมตร
เป็นอำเภอที่มีการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหภาพเมียนมาร์ เนื่องจากเป็นอำเภอที่อยู่ติดชายแดน 
สามารถเดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-พม่า เพื่อไปเยือนดินแดนเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ด้วยการไปทัวร์เชิงวัฒนธรรมไหว้พระขอพระวัดที่มีเรื่องราวและความงดงาม 
รวมถึงชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในฝั่งพม่าที่ด่านชายแดนเมืองเมียวดีกันได้ด้วย
เราใช้เวลาประมาณ 1 ชม ก็มาถึงชายแดนแม่สอด  ก่อนถึงประตูผ่านแดน  จะมีอาคารอยู่ด้านซ้ายมือ
เป็นสำนักงานทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวโดยเราก็ต้องแวะขอก่อนที่นี่  


โดยการขอเราจะใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเพราะที่นี่จะเน้นการเดินทาง
แบบไปเช้า -  เย็นกลับโดยมีค่าธรรมเนียมจากฝั่งไทยตรงนี้  30  บาท


ยื่นบัตรประชาชนแล้วก็รอเจ้าหน้าทีกรอกรายละเอียดพร้อมกับจ่ายเงิน


เมื่อเสร็จแล้วก็จะได้เอกสารประจำตัวมากันเป็นแบบนี้



ทีนี้หลังจากได้บัตรผ่านแดนกันแล้ว  ขออธิบายกันสักนิด ถึงการเดินทางข้ามไป
เพื่อเยี่ยมชมวัดวาอาราม บ้านเรื่อน และวีถีความเป็นอยู่ของชาวพม่าค่ะ  
โดยการเดินทางจากแดนฝั่งไทย  มีดังนี้ค่ะ  
ปล. การทำใบผ่านแดน ต้องทำทั้งที่ฝั่งไทย และฝั่งพม่านะคะ  

1   การเดินข้ามไปแล้วไปจ้างรถรับจ้างที่ฝั่งพม่าได้  ราคาตามแต่ตกลง โดยอาจจะมีไกด์
หรือไม่มีไกด์ก็ได้  และส่วนมากคนรถทางฝั่งพม่าพูดไทยได้ค่ะ  โดยราคาอาจจะเป็นแบบ
สามล้อนั่งได้ 4-5  คน  ราคา  800-1000   บาท  แต่ต้องตกลงกันดีๆนะคะ  

2  โดยการนำรถข้ามไปเอง แต่วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยากค่ะ เพราะต้องทำใบผ่านแดนให้รถเราเอง
ด้วย  จากฝั่งไทย 600  ฝั่งพม่าอีก 600  รวมแล้วก็ประมาณ 1200  บาท  แล้วต้องรู้เส้นทาง
ในการขับพาไปยังที่ต่างๆ เองด้วย  เพราะวัดวาอารามที่น่าสนใจจะมีอยู่ประมาณ  5-6  วัด
และตลาดบุเรงนองที่ขายทั้งของกินและของใช้  ที่ไม่ได้แตกต่างจากไทยเลย

3   โดยการเหมารถนำเที่ยวจากฝั่งไทย  วิธีนี้จะสะดวกที่สุดเพราะ เหมาคันละ  1000  บาท
โดยถ้าเป็นรถตู้ก็นั่งได้ 10-12  คน   หรือรถโดยสารแบบกระบะ  นั่งได้  10-15 คน  โดยคนขับ
จะรับใบผ่านแดนจากเราไปทำผ่านด่านให้ที่ฝั่งพม่าด้วยเสร็จสรรพเลยค่ะ  และจะมี คชจ. ในการ
ข้ามพรมแดนอีกท่านละ  30  บาท คนละส่วนจากฝั่งไทยนะคะ   จ่ายสองรอบ
เมื่อเหมารถแล้วคนขับที่รู้เส้นทางดีอยู่แล้ว ก็จะขับนำพวกเราข้ามไปแล้วทำการข้ามพรมแดน
แล้วจึงขับพาไปยังจุดเข้าชมที่น่าสนใจต่างๆ  โดยมากจะเป็นวัดค่ะ 

โดยหากท่านใดสนใจสามารถโทรติดต่อสอบถามได้ตามเบอร์โทรในภาพเลยค่ะ  


และในอาคารทำใบผ่านแดนฝั่งไทย ก็จะมีโต๊ะบริการรถตู้นำเที่ยวด้่วยค่ะ  เราจึงใช้บริการ
แต่รถตู้เหลือเพียงคันเดียว จึงต้องเหมารถสองแถวอีก 1 คันค่ะ  โดยรถตู้จะมีแอร์ซึ่งคง
จะเย็นตามสภาพรถ  อิอิอิ  และสองแถว แม้จะร้อนหน่อย แต่ก็เห็นวิวรอบๆ ดีนะ 



รถสองแถว อิอิอิ  สาวๆ ชอบกันใหญ่





ถึงจุดผ่านแดนพวกเราก็ต้องลงจากรถ  คนขับรถจะเอาเอกสารไปทำให้อีกทีในระหว่างที่
พวกเราก็ต้องเดินทางจุดตรวจร่างกาย  โดยจะมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่เอาเครื่องอะไร
สักอย่างมาส่องที่หัว  พร้อมกับบอกประมาณว่า ไปได้ ผ่านไรงี้



ผ่านจากจุดตรวจนั้นมาก็อ้าว รถหายไปไหน  ยืนรออยู่พัก คนขับรถก็มาตาม ว่า
จอดรถเลยไปอีกนิดเพราะตรงนี้จอดไม่ได้



เราจึงรีบวิ่งไปขึ้นรถกัน  ก่อนที่จะออกจากด่านเพื่อไปยังสถานที่แรกที่เราจะเป็นจุดทัวร์


















เริ่มกันที่ วัดส่วยมินวุ่น (วัดเจดีย์ทอง) หรือชื่อเต็มว่า "เจดีย์ชเวเมียนโหว่นเซตี้" นับเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของเมืองเมียวดี มีอายุเก่าแก่ ภายในประดิษฐานพระมหามุนี พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จุดเด่นจะอยู่ที่องค์เจดีย์สีทองเหลืองอร่าม เป็นศิลปะมอญ-พม่า สร้างบนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ 20 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 เมตร มีความสูงจากฐานถึงยอดฉัตรประมาณ 123 ฟุต 3 นิ้ว ชั้นบนสุดซึ่งประดับด้วยฉัตรมียอดเป็นทองคำประดับด้วยอัญมณีนานาชาติ และฐานชั้นแรกขององค์เจดีย์ประกอบด้วยเจดีย์รายขนาดเล็กจำนวน 28 องค์ ทำให้เจดีย์องค์นี้ไม่มีเงาทอดลงบนพื้นดิน บริเวณรอบ ๆ ยังมีพระพุทธรูปประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ ซึ่งแต่ละด้านเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้ภายใน พระพุทธรูปแต่ละองค์ล้วนแต่มีพระนามอันเป็นมงคล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มาสักการบูชาเป็นสิริมงคล อีกทั้งด้านนอกจะมีสิงโตทั้ง 4 ด้าน ตามความเชื่อที่ว่าสิงโตเหล่านี้จะทำหน้าที่เฝ้าวัด อีกทั้งบริเวณด้านหลังองค์เจดีย์ยังมีพระพุทธรูปที่สร้างจากหวายสุดงดงามประดิษฐานอยู่ด้วย 
เครดิต http://travel.kapook.com/view80401.html

ประตูทางเข้าวัดจะมี 4 ประตูและทุกประตูจะมีซุ้มขายดอกไม้และที่ฝากรองเท้า
บังคับค่าฝากคนละ 2 บาท  อิอิอิ  น่ารักอ่ะ



หรือจะดูดวงก็มีบริการนะ  มีภาษาไทยกำกับอีกตะหากแน่ะ 








พระมหามัยมุุนี























ออกจากวัด สมาชิกต่างก็สงสัยรถคันนี้ ว่าเขาขายอะไร  นอกจากจะเปิดเพลงแรพ กระหึ่ม
แล้วยังมีคนนั่งข้างให้  จึงเดินไปดูกันใกล้ๆ  ที่แท้คือรถขายหวยพม่านะคะ
แนวเชียวแหละ   เปิดเพลงแดนซ์กันกระจายเลย






จากนั้นเราไปกันที่ วัดมิเจากง (วัดจระเข้) วัดนี้มีลักษณะเด่นที่ไม่เหมือนวัดอื่น ๆ ตรงที่มีรูปปั้นจระเข้ขนาดใหญ่ ความยาวของลำตัวตั้งแต่หัวจรดหางยาวถึง 65 เมตร ทาสีเขียวสดใสทั้งตัว กลางตัวจระเข้ได้สร้างเป็นหอไตรกลางน้ำ (หอไตรดังกล่าวนี้จะมีทางเข้าอยู่ด้านหลัง และไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไป) โดยมีเรื่องเล่ากันว่า ในอดีตมีจระเข้จะเข้ามากินเนื้อพระภิกษุสงฆ์ แต่ท่านแสดงธรรมจนจระเข้เห็นธรรมและเลิกกินเนื้อสัตว์ พร้อมกับมักจ้องมองไปทางเจดีย์ชเวเมียนโหว่นเซตี้อยู่เสมอจนสิ้นใจ เนื่องจากอยากไปกราบไหว้แต่ไม่สามารถทำได้ ชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างจระเข้ตัวนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ และภายในวัดยังมีหอแสดงพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าให้เดินชมกันเพลิน ๆ อ๊ะ ๆ ยังหมดเท่านั้น เพราะที่วัดมีลานกว้างที่บริเวณนั้นจะมีเสาอโศกรูปสิงห์ 4 หัว อยู่บนยอด

เครดิต http://travel.kapook.com/view80401.html.







เขาว่ากันว่าให้หันหลังโยนเหรียญเข้าไปในปากจรเข้  ถ้าโยนได้ 
สิ่งที่คิดไว้จะสำเร็จ  แต่ไม่มีใครโยนเข้า





น้องไบค์ช่างภาพใหญ่ของเรา ปีนขึ้นหลังคาไปถ่ายภาพหมู่มาให้  
เห็นมะการลงทุนช่างคุ้มค่า



วัดเจ้าโหล่งจี (วัดก้อนหินใหญ่) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนลานหินขนาดใหญ่บนเนินเขา ทำให้มองเห็นยอดเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามมาแต่ไกล โดยมีเรื่องเล่ากันมาว่า ในอดีตมีพระพุทธรูปสายธุดงค์ได้มาจำพรรษาอยู่บริเวณวัดนี้ พอตื่นเช้าขึ้นมามีงูเหลือมมาขดอยู่ด้านบนหินที่ท่านจำพรรษาอยู่ ชาวบ้านผ่านมาเห็นจึงเกิดความศรัทธา และนิมนต์ให้ท่านจำพรรษาอยู่ที่นี่จนมรณภาพ อย่างไรก็ตาม คนไทยที่มาเที่ยวเมียวดีนิยมมาไหว้พระธาตุแห่งนี้เพื่อเป็นสิริมงคล หรืออาจจะลองเสี่ยงทายยกหินสีทองลูกกลม ๆ หลักราว 10 กิโลกรัม ที่เป็นของแปลกสำหรับวัดนี้ ซึ่งวิธีเสี่ยงทาย คือ ให้ยกก้อนหินก่อนว่าหนักแต่ไหน จากนั้นให้อธิษฐานแล้วลองยกอีกครั้ง ถ้ารู้สึกว่าเบากว่าครั้งแรกหรือก่อนอธิษฐาน แสดงว่าคำอธิษฐานนั้นจะมีโอกาสเป็นจริง แต่ถ้ารู้สึกว่าหนักกว่าเดิมแสดงว่าคำอธิษฐานนั้นไม่ได้ผล 


และหลังจากนั้นก็ไปอีกประมาณ 2-3 วัน ซึ่งตอนนี้ สมาชิกรู้สึกว่าร้อนแดด
และแต่ละวัดก็ค่อนข้างคล้ายๆ กัน  แล้วยังเงียบเชียบอีกด้วย  จึงผลัดกันลง
ผลัดกันลุกดูกันไปเรื่อยๆ  ไม่ค่อยจะอินกันเท่าไร   ถามไถ่ได้ความว่า
หลายๆ ท่านต่างก็ไป พม่าที่ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์  อินแขวน สิเรียม หงสาวดี
พระนอน พระนั่ง พระอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อว่าที่สุดในพม่า หลายๆคนได้ไปเห็นมาแล้ว
เมื่อมายังเมืองเมียวดี จึงมีความรู้สึกว่าไม่แตกต่างจากที่เคยไปมาค่ะ  







เสร็จจากวัดต่างๆ  เราจึงไปแวะยังที่สุดท้ายนั่นคือ ตลาดบุเรงนอง
ศูนย์รวมสินค้า ทั้งเสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมาจากจีนและไทยเรานี่เอง ด้านหน้าตลาดขายสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าสารพัด ผลไม้ ดอกไม้ ขนมนมเนยต่าง ๆ ส่วนด้านหลังเป็นตลาดสด ขายเนื้อสัตว์และผักนานาชนิด 













แม่ค้าชาวพม่าขายขนม 3 อัน 20  ใส่กล่องเรียบร้อยสวยงาม มีเบอร์โทรแปะอีกตะหาก 
การตัดเป็นขนมเป็นชิ้นๆ ก็ไม่มีไรมาก   ใช้กรรไกรตัดฉับๆ  จิ้มใส่กล่องเลย 


เราขอถ่ายรูปหน่อย นางถึงกะอายกันเลยทีเดียวเชียว   



หรือหลังจากซื้อของเสร็จเดินกลับมาทางด้านหน้าประตู ก็จะมีร้านจิ้มจุ่ม
แบบนั่งยองๆ  จุ่ม เครื่องในหมูจิ้มจุ่ม มีทั้งเนื้อหมูและเครื่องในส่วนต่าง ๆ
 เสียบเป็นไม้เล็ก ๆ ขายในราคา 4 ไม้ 5 บาท




ใช้เวลา  3-4  ชม  เราก็ออกจากด่านมายังฝั่งไทย ก็กลับไปขึ้นรถตู้ของเราที่จอดรออยู่
หาไรทานเป็นอาหารมื้อกลางวันในตัวเมืองแม่สอด ก่อนจะกลับพิษณุโลก
โดยขากลับก็แวะเข้าห้องน้ำและเลือกซื้อของฝาก ผักผลไม้กันที่ตลาดชาวเขาเผ่ามูเซอ

ฟักแม้วยอดอวบๆ  งามๆ น่ากิน


แตงไทย ทิเบต สารพัด รวมทั้งลูกพลับ  องุ่น แคปหมูน้ำพริก 
เรียกได้ว่าแวะตลาดนี้ที่เดียวได้ของกินเพียบ



ฟักแม้วเอาไปต้มจืด  หวานอร่อย มากๆ



หน่อไม้สด  โลละ 20  หัวเบ้อเร่อเลยนะ 



กลับจากดอยมูเซอ  เราก็พาสมาชิกแวะ ถนนคนเดินพิษณุโลกกัน ขำ 
ก่อนจะพาเข้าเช็คอินยังโรงแรม  แล้วนัดทานมื้อเย็นกันแบบเบาๆ 
ประมาฟังกินข้าวฟังเพลง  ที่ร้านเอกเขนก เป็นร้านนั่งชิว ในตัวเมืองพิษณุโลก







อำลาค่ำคืนกันไปที่ร้านเอกเขนกก่อนจะกลับไปพักผ่อน
 เพื่อที่วันพรุ่งนี้จะไปล่องแก่งลำน้ำเข็กกัน


วันอาทิตย์ที่ 24 สค 57    เช้า

สมาชิกตื่นกันตอนเช้า  ต่างทำภารกิจของตัวเอง  หรือใครจะเดินเล่นหาข้าวเช้าทานในบริเวณใกล้เคียงก็ได้  โดยรถจะมารับกันในตอน 9 โมงเช้า   ส่วนตัวเราขอเลือกเป็นข้าวหมกไก่ ร้าน ฟาเคราห์  ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมปริ้นท์เซสกรีนที่เราพักนั่นเอง


แต่ก่อนจะเดินทางไปยังจุดล่องแก่ง ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ  25 กิโลเมตร เราก็พาสมาชิก
ไปไหว้พระพุทธชินราชที่ได้ชื่อว่างามที่สุดในโลกกันก่อนค่ะ  โดยหากสุภาพสตรีท่านใดนุ่งสั้นหรือ
แต่งตัวไม่มิดชิด  ก็จะมีเสื้อกับผ้าถุงให้นุ่งทับก่อนเข้าไปในตัววิหารด้วยค่ะ  










และปล่อยให่สมาชิกใช้เวลาในการเดินเลือกซื้อของฝากประจำจังหวัดพิษณุโลก
เช่นกล้วยตาก  กล้วยอบ  สารพัดกล้วยภายในร้านค้าบริืเวณวัด  แล้วก็ยาวไป
ยังจุดล่องแก่งลำน้ำเข็กกันเลยค่ะ   วันนี้เราเช่าเหมาเรือลำละ  4000  บาท 
นั่งได้ประมาณ  8  คน  โดยประมาณ ถ้าตัวใหญ่กันเยอะก้อ 6-7  คน  ต่อหนึ่งลำ 
โดยสามารถติดต่อช่างภาพให้ถ่ายรูปได้ในราคาลำละ  700  บาท  

โดยความมันส์สะใจก็ดัีงภาพต่อไปนี้เลยค่ะ  วันนี้เราจัดกันไป 2 ลำ   ขำๆ  
กับปริมาณน้ำประมาณ  60 %  ซึ่งเรากำลังดี  มากไปก็ไม่มีแก่ง  มีแต่น้ำแรงๆ 
น้อยไปเรือก็ติดเกาะอีก  ต้องปีน ต้องยก ต้องงัดกันทุลักทุเล  ขนาดนี้
ถือว่าโอเคแล้วนะ  จากนี้จะไม่บรรยายอะไรมากด้วยคำพูดค่ะ  
ดูภาพก็ขอให้นึกถึงความสนุกตามมาได้เลยค่ะ  55555






























บอกได้คำเดียวว่าสะใจค่ะ  การเดินทางไม่สิ้นสุดจริงๆ เหนืออื่นใด
เราต่างก็ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นด้วย  ความสนุกอยู่ตรงนี้นี่เอง



แบกเป้ตามใจฉัน  สไตล์ดอกไม้ทะเลทราย
ติดตามการเดินทางค้นหาตัวตนได้ที่

เพจดอกไม้ทะเลทราย 
https://www.facebook.com/DxkmiThaleThrayDesertFlower

กฎเหล็กของนักเดินทาง เราพบกันเพื่อจาก แม้จะอาวรณ์สักเพียงใด คงเอ่ยได้เพียงแค่คำลา


แล้วพบกันทริปหน้าค่ะ